วันนี้ (25 มิถุนายน 2569) นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าด้านการยกระดับอุตสาหกรรมการบิน โดยได้หารือร่วมกับนายปิ่นยศ พิบูลสงคราม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์และฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ นางสาวสญาดา เบญจกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ จากสายการบิน Thai VietJet Air และผู้แทนกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ถึงแผนยุทธศาสตร์การยกระดับท่าอากาศยานภูมิภาคและการขยายเครือข่ายเส้นทางบิน เพื่อผลักดันสนามบินไทยสู่ศูนย์กลางการบินระดับนานาชาติ

นายภัทรพงศ์ กล่าวต่อว่า จากการหารือร่วมกับสายการบิน Thai VietJet Air โดยมีแผนเพิ่มความถี่เที่ยวบินจาก 98 เที่ยวบิน เป็น 147 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 50 ครอบคลุมเส้นทางไป – กลับ กรุงเทพฯ กับท่าอากาศยานภูมิภาคสำคัญ ได้แก่ อุดรธานี ขอนแก่น นครศรีธรรมราช กระบี่ สุราษฎร์ธานี และอุบลราชธานี เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง เชื่อมโยงภูมิภาค กระตุ้นการท่องเที่ยว และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ อีกทั้งสายการบินยังมีแผนขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศ จากท่าอากาศยานอุดรธานีสู่จุดหมายปลายทางที่มีศักยภาพ ได้แก่ ฮานอยและโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ไทเป ไต้หวัน กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย รวมถึงโตเกียวและโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น เพื่อยกระดับให้จังหวัดอุดรธานีเป็นศูนย์กลางการบินระหว่างประเทศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รองรับการเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน

ทั้งนี้ สายการบิน Thai VietJet Air อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างประเทศในเส้นทางอุดรธานี – โฮจิมินห์ และกระบี่ – โฮจิมินห์ ภายในปี 2570 เพื่อเพิ่มทางเลือกการเดินทางและส่งเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ขณะเดียวกันยังมีความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับสายการบิน EZY Airlines ในการพัฒนาเส้นทางบินเชื่อมอุดรธานีกับเมืองสำคัญของเวียดนาม ได้แก่ ฮานอย ดานัง และโฮจิมินห์ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้ภายในไตรมาส 4 ปี 2569 ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสทางการตลาด เพิ่มปริมาณผู้โดยสาร และรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินในอนาคต
นายภัทรพงศ์ กล่าวต่อว่า ตนได้หารือและขอให้ Thai VietJet Air ขยายเที่ยวบินในเมืองรองที่มีศักยภาพสูงเพิ่ม เช่น ระนอง ตรัง ขอนแก่น-หัวหิน เชียงใหม่-หัวหิน รวมถึงเส้นทางบินระหว่างประเทศจากมาเลเซีย ฮ่องกง และสิงคโปร์ มายังหัวหิน ที่จะสามารถรองรับเที่ยวบินต่างประเทศได้ในอนาคตอันใกล้นี้
นายภัทรพงศ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า กระทรวงคมนาคมพร้อมเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการส่งเสริมความร่วมมือกับสายการบินและภาคเอกชน เพื่อยกระดับศักยภาพท่าอากาศยานภูมิภาค เพิ่มขีดความสามารถในการเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างประเทศ และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคอย่างยั่งยืน
![]()
