กรมการขนส่งทางบก เดินหน้าตรวจควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารต่อเนื่องทั่วประเทศ ทะลุ 57,785 คัน พบค่าควันดำที่เกินกว่ากฎหมายกำหนด สั่งห้ามใช้รถ 330 คัน ช่วยแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5
วันนี้ (17 ก.พ.2567) นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกดำเนินการแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ตาม“นโยบายและมาตรการเพื่อป้องกันและลดมลพิษจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จากภาคคมนาคมขนส่ง” ของกระทรวงคมนาคมอย่างต่อเนื่อง
จึงได้ดำเนินการจัดผู้ตรวจการขนส่งทางบกออกตรวจวัดควันดำรถโดยสารและรถบรรทุกบนถนนสายหลักและสายรองทั่วประเทศ เพื่อให้รถโดยสารและรถบรรทุกมีค่าควันดำไม่เกินหลักเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนดและเป็นการช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่เกิดจากการปล่อยฝุ่นควันจากท่อไอเสียของรถยนต์ในภาคการขนส่ง
โดยกรมการขนส่งทางบกติดตามการปฏิบัติหน้าที่และการบังคับใช้กฎหมายของผู้ตรวจการในการออกตรวจวัดควันดำอย่างต่อเนื่อง พร้อมเก็บผลการตรวจสอบวัดควันทั่วประเทศในวันที่ 15 ก.พ.2567 ดำเนินการตรวจรถบรรทุกและรถโดยสารทั้งหมด จำนวน 547 คันพบรถบรรทุกและรถโดยสารที่มีค่าควันดำที่เกินกว่ากฎหมายกำหนดและถูกสั่งห้ามใช้รถด้วยการพ่นข้อความ “ห้ามใช้” จำนวน 1 คัน
ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 1 ต.ค.2566-15 ก.พ.2567 กองตรวจการขนส่งทางบก และสำนักงานขนส่งจังหวัดได้ตรวจรถบรรทุกและรถโดยสารทั้งหมดสะสมทั่วประเทศ จำนวน 57,785 คัน พบรถบรรทุกและรถโดยสารที่มีค่าควันดำที่เกินกว่ากฎหมายกำหนดและถูกสั่งห้ามใช้รถด้วยการพ่นข้อความ “ห้ามใช้” จำนวน 330 คัน
กรมการขนส่งทางบกแนะให้เจ้าของรถตรวจเช็กและซ่อมเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์อยู่เสมอ โดยวิธีแก้ไขรถที่ปล่อยควันดำเบื้องต้น
1.ให้ทำความสะอาด หรือเปลี่ยนกรองอากาศใหม่
2.เปลี่ยนกรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามระยะเวลา
3.เปลี่ยนน้ำมันเครื่องและกรองน้ำมันเครื่องตามระยะเวลา
4.ปรับตั้งปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงตั้งจังหวะการฉีดเชื้อเพลิงให้ถูกต้อง
5.ตรวจเช็กและปรับตั้งหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงให้เป็นละออง และมีแรงดัน เป็นต้น
เตือนหากตรวจวัดควันดำด้วยระบบวัดความทึบแสง แล้วมีค่าควันดำเกินร้อยละ 30 หรือตรวจวัดควันดำด้วยระบบกระดาษกรอง แล้วมีค่าควันดำ เกินร้อยละ 40 จะถูกเปรียบเทียบปรับสูงสุด 5,000 บาท และสั่งห้ามใช้รถด้วยการพ่นข้อความ “ห้ามใช้” จนกว่าเจ้าของรถจะนำรถไปแก้ไขสภาพเครื่องยนต์ไม่ให้มีค่าควันดำเกินกำหนด และนำมาตรวจสภาพอีกครั้งจนผ่านการตรวจวัดจึงจะนำไปใช้งานได้