PR News

ขนส่งฯ ย้ำ!! ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ช่วงหน้าฝน

วันนี้ (9 พ.ค.2567) นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) และ โฆษกกรมการขนส่ง ทางบก เปิดเผยว่า ช่วงเดือน พ.ค.ของทุกปีประเทศไทยจะเข้าสู่ช่วงฤดูฝน ส่งผลทำให้มีฝนตกหนักและอาจเกิดน้ำท่วมสูงในหลายพื้นที่ การขับรถในสภาพถนนที่เปียกลื่นหรือมีน้ำท่วมขัง ทำให้ประสิทธิภาพในการทรงตัว และยึดเกาะถนนของรถลดลง รวมถึงทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทางไม่ชัดเจน

กรมการขนส่งทางบกย้ำ!!! ผู้ใช้รถใช้ถนนให้เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ในช่วงหน้าฝน โดยมีข้อแนะนำ ดังนี้

ผู้ขับขี่ต้องใช้ความเร็วให้เหมาะสมกับทัศนวิสัยการมองเห็นและตามสภาพถนน และต้องหมั่นสังเกตสภาพถนนให้มากขึ้น เพราะเมื่อฝนตกหนักนอกจากถนนเปียกลื่นแล้ว ยังอาจมีน้ำขังบนพื้นผิวจราจร หากขับรถด้วยความเร็วสูง เมื่อยางวิ่งบนน้ำที่ขังบนพื้นผิวจราจร อาจทำให้รถเกิดอาการเหินน้ำ จนไม่สามารถควบคุมรถ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุที่รุนแรงได้

เปิดที่ปัดน้ำฝน โดยปรับระดับความเร็วตามปริมาณของฝนที่ตกลงมา เว้นระยะห่างจากรถคันหน้ามากกว่าปกติ เพื่อให้มีระยะเบรกมากขึ้น เปิดไฟหน้ารถทันทีเมื่อฝนตกหนัก เพื่อให้รถคันอื่นมองเห็นได้ชัดเจน หากมีความจำเป็นต้องขับขี่บริเวณที่น้ำท่วมขังให้สังเกตระดับความลึกจากรถคันหน้าหรือขอบทางเท้า

สำหรับรถจักรยานยนต์ หากฝนตกหนักควรหาที่จอดรถที่เหมาะสมและปลอดภัย และรอจนฝนเบาลงก่อนจึงเดินทางต่อ กรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินรถเสีย ประสบอุบัติเหตุ จำเป็นต้องจอดข้างทาง พยายามเคลื่อนรถให้พ้นทางเดินรถ ถ้าจำเป็นต้องจอดในทางเดินรถ ควรจอดในลักษณะที่ไม่กีดขวางการจราจร จอดรถให้ชิดไหล่ทางมากที่สุด เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน หรือเปิดไฟเหลืองกระพริบ เพื่อเตือนให้ผู้ขับขี่รถคันอื่นมองเห็นได้ชัดเจน

แนะนำให้ผู้ขับขี่หมั่นตรวจสอบความพร้อมของรถอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะที่ปัดน้ำฝน สภาพยางปัดน้ำฝนต้องสามารถรีดน้ำบนกระจกได้ดี เพื่อทัศนวิสัยในการมองเห็นที่ชัดเจนขณะขับรถในช่วงฝนตก สภาพยางรถต้องมีสภาพดี ไม่มีรอยฉีกขาด บวม ดอกยางต้องไม่สึกหรอหรือแข็งกระด้าง มีความลึกพอที่จะสามารถยึดเกาะถนนและรีดน้ำได้เป็นอย่างดี

รวมทั้งตรวจเช็กระบบเบรก ซึ่งต้องสามารถหยุดรถได้ในระยะทางที่ปลอดภัย หากมีเสียงดังขณะเหยียบเบรก รถมีอาการปัด เหยียบแป้นเบรกไม่ลง หรือมีสัญลักษณ์ไฟระบบเบรกค้างบนหน้าปัด ควรนำรถเข้าตรวจเช็กสภาพโดยให้ช่างตรวจสอบระบบเบรกเพื่อความปลอดภัย และเช็กระบบไฟรถยนต์ โดยต้องมีแสงไฟส่องสว่างทุกดวงและสามารถให้แสงสัญญาณได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง และลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงฝนตก

Loading

Back to top button