วันนี้ (27 เมษายน 2569) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานแก่กรมการขนส่งทางราง (ขร.) โดยได้รับมอบหมายจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้กำกับดูแล ขร. โดยมีผู้บริหาร ขร. ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายให้กระทรวงคมนาคมเร่งพัฒนาระบบขนส่งของประเทศให้มีความทันสมัย มีประสิทธิภาพ และเชื่อมโยงทุกโหมดการเดินทาง เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการสนับสนุนการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศ

พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำว่า ภายหลังพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้แล้ว ขร. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลระบบรางของประเทศ ต้องเร่งขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในระยะเวลาอันรวดเร็ว โดยมอบนโยบายสำคัญ 4 ด้าน ดังนี้
1.ลดภาระค่าครองชีพและยกระดับความปลอดภัยประชาชน กำชับให้กำกับดูแลอัตราค่าโดยสารให้มีความเหมาะสม เป็นธรรม และสอดคล้องกับสถานการณ์ราคาพลังงาน พร้อมเร่งขยายผลนโยบายรถไฟฟ้าเหมาจ่าย 40 บาทตลอดวัน รวมถึงศึกษารูปแบบการแบ่งโซนค่าโดยสารอย่างยั่งยืนขณะเดียวกัน ให้เร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น เพื่อไม่ให้กระทบต่อค่าโดยสารของประชาชน

ด้านความปลอดภัย เน้นย้ำให้ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในระบบรางทั้งในช่วงก่อสร้างและการให้บริการอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการกำกับดูแลผู้รับจ้างให้ปฏิบัติตามมาตรฐานทางวิศวกรรม การตรวจสอบเครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้างให้มีความพร้อมใช้งาน รวมถึงการกำหนดให้โครงการขนาดใหญ่ต้องมีประกันอุบัติเหตุครอบคลุม เพื่อสร้างความมั่นใจต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
2.กระตุ้นเศรษฐกิจและเร่งรัดโครงการสำคัญของระบบราง มอบหมายให้เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2569 และจัดทำงบประมาณปี 2570 อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน พร้อมทั้งปรับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น พร้อมเร่งผลักดันโครงการระยะเร่งด่วน (Quick Win) อาทิ เร่งรัดโครงการรถไฟทางคู่ และโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างให้เปิดให้บริการโดยเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าทางราง รวมถึงการพัฒนา ICD ลาดกระบัง เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ เร่งดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูง และโครงการขนาดใหญ่ตามแผน รวมถึงส่งเสริมการทำงานแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงาน และเร่งพัฒนาระบบดิจิทัลภาครัฐ เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้

3.ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในระบบขนส่งทางราง สนับสนุนการนำพลังงานไฟฟ้ามาใช้ในระบบรางอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล ลดมลพิษทางอากาศ และแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 สอดคล้องกับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศในระยะยาว
4.วางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาระบบรางอย่างยั่งยืน มอบหมายให้จัดทำแผนแม่บทโครงข่ายคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานอย่างเป็นระบบ โดยคำนึงถึงความคุ้มค่า ความเหมาะสม และประโยชน์ต่อประชาชน พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการลงทุน พร้อมเร่งรัดโครงการสำคัญตามแผนแม่บท อาทิ โครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 โครงการรถไฟความเร็วสูง และโครงข่ายในภูมิภาค รวมถึงการเชื่อมโยงโครงข่ายกับประเทศเพื่อนบ้าน

นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำการยกระดับคุณภาพการให้บริการ ทั้งด้านความสะอาด ความปลอดภัย และความสะดวกสบายของสถานีและขบวนรถ การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการให้บริการ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อรองรับการเดินทางและการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
นายสิริพงศ์ กล่าวย้ำว่า ขร. มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนระบบรางของประเทศให้เป็นระบบขนส่งหลัก ทั้งรถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง และรถไฟฟ้าในเขตเมืองและภูมิภาค เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง สะดวก ปลอดภัย และมีคุณภาพ

ด้านนายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง กล่าวว่า กรมการขนส่งทางรางพร้อมน้อมรับนโยบายของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และจะเร่งขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกกระทรวงคมนาคม เพื่อผลักดันการพัฒนาระบบขนส่งทางรางให้มีความทันสมัย มีประสิทธิภาพ และครอบคลุมทั่วประเทศ

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางรางจะให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย การกำกับดูแลอัตราค่าโดยสารให้เป็นธรรม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงการสำคัญด้านระบบราง รวมถึงการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ควบคู่กับการพัฒนาระบบดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ประชาชนให้สะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม
กรมการขนส่งทางรางมีความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ระบบรางเป็นระบบขนส่งหลักของประเทศและเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน
![]()
