นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยในโอกาสครบรอบการดำเนินงานปีที่ 78 ของ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ว่าเป็นอีกปีที่ท้าท้ายของ บวท. ในการขับเคลื่อนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการให้บริการการเดินอากาศของประเทศไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค (Aviation Hub) โดยครอบคลุมการพัฒนาระบบอุปกรณ์ เทคโนโลยี ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรให้เป็นไปตามมาตรฐาน และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตของปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น และการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินให้ยั่งยืน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อภาคการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

นายภัทรพงศ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ในฐานะที่บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เป็นหน่วยงานผู้ให้บริการการเดินอากาศของประเทศ การบริหารน่านฟ้า จึงถือเป็นภารกิจที่สำคัญ เพราะเกี่ยวข้องทั้งในมิติความมั่นคง และเศรษฐกิจ ตลอดจนความเชื่อมั่นในการเดินทาง ดังนั้นจึงจำเป็นอยางยิ่งที่จะต้องยกระดับมาตรฐาน และบริการ การเดินอากาศด้วยความปลอดภัย

ด้าน นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. กล่าวว่า บวท. พร้อมดำเนินงานตามกรอบนโยบายกระทรวงคมนาคม โดยเร่งนำระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาเพิ่มประสิทธิภาพ การให้บริการจราจรทางอากาศ อาทิ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานการให้บริการการเดินอากาศ THAILAND MODERNIZATION CNS/ATM SYSTEM (TMCS) เพื่อเพิ่มศักยภาพการรองรับเที่ยวบินของประเทศไทยให้สอดคล้องกับปริมาณจราจรทางอากาศในอนาคต การพัฒนาประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการให้บริการจราจรทางอากาศ ด้วยระบบ Digital Tower ในรูปแบบ Hybrid สำหรับสนามบินที่มีปริมาณเที่ยวบินหนาแน่น เช่น สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง และในรูปแบบ Remote Tower

สำหรับสนามบินที่มีปริมาณเที่ยวบินไม่หนาแน่น เช่น สนามบินนราธิวาส สนามบินเบตง นอกจากนี้ได้จัดเตรียมความพร้อมเพื่อให้บริการการเดินอากาศ ณ สนามบินอู่ตะเภาให้มีโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางอากาศเพียงพอสำหรับรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และการออกแบบการพัฒนาห้วงอากาศสำหรับสนามบินที่มีความซับซ้อนของการจราจรทางอากาศ (Metroplex) 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง อู่ตะเภา, กลุ่มสนามบินภูเก็ต กระบี่ อันดามัน (พังงา) และกลุ่มสนามบินเชียงใหม่ ลำปาง ล้านนา (ลำพูน) ซึ่งจะทำให้โครงสร้างพื้นฐานการเดินอากาศของประเทศไทยมีศักยภาพยิ่งขึ้น

รวมถึงการปรับปรุงเส้นทางบินและการออกแบบห้วงอากาศ โดยจัดทำเส้นทางบินใหม่ ปรับปรุงจากเส้นทางบินรูปแบบทางเดียว (Single Route) ให้เป็นเส้นทางบินคู่ขนาน (Parallel Routes) ทั้งเส้นทางบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณเที่ยวบิน

นอกจากนี้ บวท. ได้ตระหนักถึงการให้บริการจราจรทางอากาศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิด Green Air Traffic Management (Green ATM) ตามแนวทางขององค์กรผู้ให้บริการการเดินอากาศสากล (Civil Air Navigation Services Organization : CANSO)

ล่าสุด บวท. ได้รับการรับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับ 2 (CANSO Green ATM Level 2 ถือเป็นผู้ให้บริการการเดินอากาศรายแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ได้รับรางวัลนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินงานด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมการบินทั่วโลก นอกจากนี้ บวท. ยังมีนโยบายสนับสนุนสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยจัดกิจกรรมเพื่อรณรงค์ให้ความรู้ ความเข้าใจเพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และปัจจัยอันตรายทางการบินพร้อมบูรณาการสร้างเครือข่ายกับชุมชนโดยรอบสนามบินในโอกาสครบรอบการดำเนินงานปีที่ 78 ของ บวท.

เราพร้อมให้บริการการเดินอากาศด้วยความปลอดภัยอย่างเต็มประสิทธิภาพ ตามมาตรฐานสากล พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการบินของภูมิภาคอย่างยั่งยืน
![]()
